เคยร้องไห้ตอนดูรูปถ่ายไหม? ไม่ใช่เพราะมันสวย… แต่เพราะมัน “พูด” กับเราได้?
ปิงจะเล่าให้ฟังถึงช่างภาพไทยคนหนึ่ง ที่เคยทำให้ผู้หญิงป่วยมะเร็งกล้ามองหน้าตัวเองในกระจกได้เป็นครั้งแรกในรอบสองปี เธอร้องไห้หนักมาก… แต่ไม่ใช่เพราะเจ็บปวด เธอร้องไห้เพราะเห็น “รอยยิ้ม” บนใบหน้าตัวเองอีกครั้ง ผ่านภาพถ่ายเพียงภาพเดียว
เขาคือ ชัช – ชัชวาล จันทโชติบุตร Leica Thailand Ambassador ช่างภาพที่เชื่อมั่นอย่างแรงกล้าว่า “อารมณ์ของภาพ ต้องอยู่เหนือความสวย”
จุดเริ่มต้น: เด็กวาดรูปไม่เก่ง สู่ Leica Ambassador
ก่อนที่คุณชัชจะกลายมาเป็น Leica Ambassador คนแรกๆ ของประเทศไทย ก่อนที่จะได้ร่วมงานกับแบรนด์ระดับโลกอย่าง Xiaomi และ Glenfiddich… เขาเคยเป็นแค่เด็กคนหนึ่งที่วาดรูปไม่เป็น!
ใช่ครับ ช่างภาพระดับแอมบาสเดอร์ของ Leica เคยวาดรูปห่วยแตก! ตอนเด็กเขาหลงรักการวาดภาพมาก แต่ไม่ว่าจะพยายามเรียนเพิ่มเติมยังไงก็ไม่เวิร์ค เหมือนพยายามสอนช้างเต้นบัลเล่ต์ – มันไม่ใช่ทางของมัน
จนวันหนึ่งในทริปไปเที่ยวอยุธยา คุณพ่อยื่นกล้องตัวหนึ่งให้แล้วบอกว่า “ป๊ามีอันนี้ เอาไปใช้” วันนั้นเปลี่ยนชีวิตเขาไปตลอดกาล…
เขาเริ่มเข้าใจว่าการวาดภาพไม่จำเป็นต้องใช้กระดาษกับดินสอ มันมีวิธีอื่นที่สามารถถ่ายทอดความรู้สึกออกมาได้ และกล้องคือเครื่องมือนั้น
ถ่ายงานศพ รับปริญญา อะไรก็รับ – เงินน้อยไม่เกี่ยง
หลายคนอาจคิดว่าช่างภาพดังๆ เขาต้องเริ่มจากงานหรูๆ ถ่ายนางแบบ ถ่ายแฟชั่น… แต่คุณชัชเริ่มจากอะไรรู้ไหม?
งานศพครับ!
ไม่ได้ฟังผิด เขาเคยถ่ายงานศพ งานอีเว้นท์ งานแซยิด งานเลี้ยง ทุกงานที่เกี่ยวกับการถ่ายภาพ เขาทำหมด เงินมากเงินน้อยไม่เกี่ยง ตื่นตีห้าครึ่ง รอลูกค้า ถ่ายจนสองทุ่ม สองวันเต็มๆ ได้เงินกลับมา 3,000 บาท
รู้ไหมว่าตอนนั้นเขารู้สึกยังไง? เขาบอกว่า “ดีใจน้ำตาไหลเลย” นี่คือจุดเริ่มต้นของความจริงจัง เมื่อเงินที่ได้มาจากสิ่งที่รัก มันมีความหมายมากกว่าตัวเลข
เขาเคยฝึกงานในสตูดิโอถ่ายภาพอยู่ประมาณหนึ่งปี โดยไม่ได้เงินสักบาท! แถมยังต้องเสียเงินทุกวันอีกต่างหาก จนครอบครัวเริ่มรับไม่ไหว แต่เขาไม่ยอมแพ้ ขอเวลาอีกพักหนึ่ง แล้วก็ทำทุกอย่างเพื่อพิสูจน์ตัวเอง
แต่มีเรื่องน่าสนใจมาก… คุณชัชเล่าว่าการถ่ายงานศพ แม้จะทำให้ได้เงิน แต่มัน “หดหู่” มาก เพราะเวลาทำงานเขา “อิน” ไปกับมัน กลับมานั่งดูงานตอนกลางคืน มันเศร้า มันหนัก…
นี่คือจุดที่เขาเริ่มเข้าใจตัวเอง ว่าเขาไม่ใช่แค่ “ถ่ายรูป” เขา “รู้สึก” ไปกับทุกภาพที่ถ่าย เขาจึงหันมาถ่ายพรีเวดดิ้งแทน เพราะได้เห็นความสุขของคน ได้ “ขโมยช่วงเวลาที่มีความสุข” ของเขามาเก็บไว้
บทเรียนที่เปลี่ยนทุกอย่าง: จากนิวยอร์ก
จุดเปลี่ยนสำคัญที่สุดในชีวิตของคุณชัชมาถึงหลังจากร่วมโปรเจค “คืนรอยยิ้มสู่สยาม” รุ่นน้องที่อยู่นิวยอร์กโทรมาชวนไปเรียนต่อด้านการถ่ายภาพสารคดีที่อเมริกา
ตอนนั้นที่บ้านกำลังมีวิกฤตเรื่องการเงิน เขากำลังเป็นที่รู้จัก มีงานเยอะ หาเงินได้ดี เป็นคนรับผิดชอบภาระที่บ้าน… ถ้าเป็นคุณ คุณจะตัดสินใจยังไง?
คุณชัชจอดรถนั่งคิดอยู่ชั่วโมงหนึ่ง แล้วตัดสินใจกลับบ้านบอกพ่อว่า “ป๊า… ชัชจะไปเมืองนอกแล้ว”
และที่นิวยอร์กนั่นแหละ เขาได้เรียนรู้บทเรียนที่เปลี่ยนมุมมองการถ่ายภาพไปตลอดกาล อาจารย์ที่นั่นสอนให้เขาเข้าใจจิตใจของคน ไม่ใช่แค่ถ่ายให้สวย แต่ต้อง “ดึงอารมณ์ ดึงความคิดของคนคนนั้นออกมา”
เรื่องราวที่ทำให้เขาเปลี่ยนวิธีคิด
คลาสหนึ่งอาจารย์จับคู่เขากับเพื่อนในคลาส ให้ไปถ่ายรูปนู๊ดกันและกัน! คุณชัชไม่เคยถ่ายแบบนี้มาก่อนเลย… แต่ผลงานที่ออกมา? มันทรงพลังมาก
เพราะบัดดี้ของเขาเป็นมะเร็ง เพิ่งผ่าตัดมา ระหว่างถ่าย คุณชัชเหลือบไปเห็นพระพุทธรูปในบ้านเธอ เขาเลยชวนคุยเรื่องความสุข ความทุกข์ เธอร้องไห้หนักมาก เขาใช้เวลาถ่ายรูปแค่ 10 นาที
แต่วันที่ต้องนำเสนอผลงานในคลาส เธอร้องไห้หนักมากอีกครั้ง เธอเล่าให้ทุกคนฟังว่า ตั้งแต่รู้ว่าเป็นมะเร็ง จนถึงวันที่ทำคีโม ผ่าตัด ตลอดระยะเวลากว่า 2 ปี เธอไม่กล้ามองหน้าตัวเองในกระจกแม้แต่วันเดียว
เธอไม่มีรอยยิ้มเลย เพราะรู้สึกว่ามัน “ไม่แฟร์” กับเธอ เธอไม่ได้ทำอะไรผิด ทำไมเรื่องนี้ต้องเกิดขึ้นกับเธอ แต่ภาพถ่ายของคุณชัช เป็นครั้งแรกที่เธอเห็นรอยยิ้มบนใบหน้าตัวเอง
คุณชัชบอกว่า “วันนั้นทำให้ผมรู้ว่า ความรู้สึกนี้มีมากกว่าคำว่ารูปสวย” เธอบอกเขาว่า “คุณทำให้ฉันก้าวเดิน แล้วมองกระจกเห็นตัวเองได้อีกครั้ง”
ปรัชญาการถ่ายภาพ: อารมณ์ > ความสวย
จากวันนั้น คุณชัชเปลี่ยนวิธีคิดเรื่องการถ่ายภาพไปเลย เมื่อก่อนเขาใช้ “ความสวยงาม” นำทาง ความสวยคือความสำคัญหลัก แต่หลังจากนั้น? เขาลดความสวยลงมาอยู่ข้างหลัง
เขาให้ความสำคัญกับ “อารมณ์” “ความรู้สึก” “ข้อมูล” ก่อน แล้วค่อยตามด้วยความสวยงาม
เขาบอกว่า “แน่นอนความสวยต้องมี เราปฏิเสธไม่ได้ ความสวยมันดึงดูดให้คนเข้ามาดู… แต่ความรู้สึกในภาพ มันมีความหมายมากกว่า”
และนี่คือปรัชญาที่คุณชัชพูดอยู่เสมอ: “หนึ่งในสิ่งที่สำคัญที่สุดคือ อารมณ์และความรู้สึกของช่างภาพ สิ่งนี้จะทำหน้าที่เป็นกระจกสะท้อนมุมมองของช่างภาพในการบอกเล่าเรื่องราว”
แล้วเราล่ะ? ไม่มีกล้องแพงก็ถ่ายได้!
หลายคนอาจรู้สึกว่า “ฉันไม่มีกล้องแพงๆ” หรือ “ฉันถ่ายรูปไม่เป็น” แต่คุณชัชมีคำตอบให้…
“ถ้าคุณถ่ายมาแล้ว มันตอบโจทย์ความรู้สึกคุณได้ รูปนั้นอาจจะไม่ชัดเลย หรือไม่ได้มีความหมายกับใครเลย… แต่ถ้ามันมีความหมายกับคุณ นั่นคือสิ่งที่สำคัญที่สุด”
“ไม่มีดีไม่ดีหรอก… ถ้าคุณชอบ ตอบโจทย์ทางความรู้สึกได้ นั่นคือ ‘ดี'”
และเขายังเตือนพวกเราอีกว่า “ทุกวันนี้คนแคร์ปัจจัยภายนอกมากกว่าตัวเอง บางครั้งมันทำให้ตัวเองไม่มีความสุข… เพราะเอาความสุขของตัวเองไปติดอยู่กับเท้าคนอื่น”
ถ้าคุณชอบ ถ้ามันมีความหมายกับคุณ นั่นก็เพียงพอแล้ว!
สรุป: ปิงฟันธงให้
- ไม่มีทางลัด – ถ้าอยากเก่ง ต้องทำ ต้องทดลอง ต้องล้มแล้วลุกขึ้นมาทำใหม่ คุณชัชถ่ายมาตั้งแต่อายุ 15 ฝึกฟรีอยู่ปีนึง ถ่ายงานศพ ถ่ายงานรับปริญญา ถ่ายทุกอย่างที่ขวางหน้า
- อย่าให้ความสวยมาบดบังความรู้สึก – ภาพที่ดีไม่จำเป็นต้องสมบูรณ์แบบ แต่ต้อง “พูด” ได้
- ถ่ายด้วยหัวใจ – เพราะการถ่ายภาพที่แท้จริง มันเริ่มต้นจาก “ความรู้สึก” ไม่ใช่ “อุปกรณ์”
เพราะอย่างที่ช่างภาพมืออาชีพหลายคนบอก “ภาพที่แย่ที่สุด คือภาพที่คุณไม่ได้ถ่าย”
หยิบกล้องของคุณขึ้นมา แล้วออกไปค้นพบโลกผ่านเลนส์ของคุณเองเถอะครับ!
—
Snapshot – Shot เดียวครบ จบทุกเรื่องกล้อง
- บทความโดย ปิง Snapshot










